การฝึกอบรมการพยาบาลผู้ป่วยระยะสุดท้ายแบบประคับประคอง


               เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2555  ณ ห้องประชุม 1  ชั้น 18 อาคารสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี อนุสรณ์ (อาคาร 1)  โรงพยาบาลศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น  ศ.นพ.ภิเศก  ลุมพิกานนท์  คณบดีคณะแพทยศาสตร์ให้เกียรติเป็นประธานกล่าวเปิดการฝึกอบรมการพยาบาลผู้ป่วยระยะสุดท้ายแบบประคับประคอง Basic Certificate Course in Palliative Nursing (BCCPN) โดยมี  รศ.พญ.ศรีเวียง  ไพโรจน์กุล   หัวหน้าหน่วย Palliative care  เป็นผู้กล่าวรายงาน   โดยในพิธีเปิดการอบรม มี รศ.นพ.ชาญชัย  พานทองวิริยะกุล  ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศรีนครินทร์ พร้อมนางจินตนา บุญจันทร์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลศรีนครินทร์ฝ่ายบริการ ร่วมในพิธีเปิดการอบรม   

 

 

         การอบรมครั้งนี้มีพยาบาลจากโรงพยาบาลทั่วประเทศเข้าร่วมการอบรม โดยมีวิทยากรผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านทั้งในประเทศ และต่างประเทศ     รศ.พญ.ศรีเวียง  ไพโรจน์กุล  กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงของโรคที่เป็นปัญหาและเป็นสาเหตุการตายในทศวรรษนี้แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับในหลายทศวรรษก่อนปัจจุบันสาเหตุการตายอันดับต้นของประเทศคือ โรคมะเร็ง โรคเอดส์ อุบัติเหตุ และโรคหัวใจ  การพัฒนาอย่างรวดเร็วทางการแพทย์ หมายถึงมีการนำเทคโนโลยีต่างๆ มาใช้ในการรักษาหรือช่วยชีวิตผู้ป่วย โรคต่างๆในอดีตซึ่งไม่สามารถรักษาได้หรือผลการรักษาไม่ดี เทคโนโลยีทางการแพทย์สามารถช่วยให้ผู้ป่วยเหล่านี้มีชีวิตยืนยาวขึ้น ซึ่งหมายถึงว่า เมื่อโรคเข้าสู่ระยะสุดท้าย ผู้ป่วยกลุ่มนี้มักจะทนทุกข์ทรมานจากการรักษาเมื่อถึงระยะนั้นแล้วจะไม่ก่อเกิดประโยชน์  Palliative care เป็นทางเลือกที่จะช่วยให้ผู้ป่วยไม่ทุกข์ทรมานเมื่อระยะสุดท้ายมาถึง จากการที่ประเทศไทยมีพัฒนาการการดูแลด้าน Palliative care ล่าช้ามากเมื่อเทียบกับประเทศที่มีศักยภาพทางการแพทย์เทียบเคียงกับเราเช่น สิงคโปร์ มาเลเซีย เกาหลี  นอกจากนี้ในหลักสูตรของคณะแพทยศาสตร์และคณะพยาบาลศาสตร์ต่างๆ มีการเรียนการสอนเรื่อง Palliative care ในหลักสูตรน้อยมากหรือบางแห่งอาจไม่มีเลย ผลที่ตามมาคือผู้ป่วยโรคเรื้อรังหรือโรคเฉียบพลันที่โรคลุกลามไม่ได้รับการดูแลที่เหมาะสม ต้องทนทุกข์ทรมานจากการรักษาที่ไม่ก่อเกิดประโยชน์และทนทุกข์ทรมานจากอาการต่างๆในระยะสุดท้ายที่ไม่สามารถควบคุมได้ดี
             Palliative care เป็นการบริการที่จำเป็นและควรพัฒนาให้เกิดบริการนี้ในทุกสถานบริการสุขภาพและสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ บริการนี้ควรเป็นส่วนหนึ่งในบริการที่จะจัดให้กับประชาชน เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงบริการนี้ได้ โดยเฉพาะในขณะนี้และในระยะเวลาอันใกล้ที่จะมีกลุ่มประชากรสูงอายุจำนวนมาก

            โรงพยาบาลตติยภูมิแทบทุกแห่งซึ่งมีการรักษาโดยเทคโนโลยีชั้นสูงมีความตระหนักถึงความสำคัญของ Palliative care จึงมีการพัฒนาระบบบริการนี้ในโรงพยาบาลตติยภูมิหลายแห่งประกอบกับเป็นโรงเรียนแพทย์ทำให้สามารถเข้าถึงองค์ความรู้และสามารถจัดระบบบริการที่เป็นรูปแบบได้ แต่บริการ Palliative care ควรทำให้เกิดขึ้นในโรงพยาบาลทุกแห่งรวมถึงในชุมชนเพื่อให้เกิดการบริการที่ครบวงจรและต่อเนื่อง ความตื่นตัวด้านความต้องการบริการด้าน Palliative care ในปัจจุบันมีสูงมากโรงพยาบาลจังหวัดและโรงพยาบาลชุมชนหลายแห่งได้พยายามพัฒนาให้เกิดระบบบริการนี้ในโรงพยาบาลของตน แต่ยังไม่สามารถจัดบริการที่เป็นระบบและเป็นรูปธรรมได้ เนื่องจากขาดความรู้ความชำนาญ และขาดประสบการการณ์

          ความต้องการพัฒนาศักยภาพด้านองค์ความรู้และการดูแลผู้ป่วย พบว่าความต้องการด้านการฝึกอบรมในหมู่พยาบาลมีสูงมาก สถาบันการศึกษาต่างๆ ควรเริ่มจัดให้มีการฝึกอบรมด้าน Palliative care อย่างเป็นรูปธรรมโดยอาจเป็นคอร์ส ระยะสั้นเพื่อพัฒนาให้บุคลากรด้านสุขภาพสามารถให้การดูแลผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงเป็นความจำเป็นเร่งด่วนที่กลุ่มสถาบันโรงเรียนแพทย์และพยาบาลต้องทำการผลักดันอย่างเข้มแข็งในการบรรจุ Palliative Medicine เข้าในหลักสูตรของโรงเรียนแพทย์และพยาบาลต่างๆและทำให้เกิดการเรียนรู้อย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ในสถาบันฝึกอบรมควรมีคอร์สฝึกอบรมแพทย์และพยาบาลเฉพาะทางด้าน Palliative Medicine ซึ่งแพทย์และพยาบาลผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้จะเป็นกำลังที่สำคัญในการฝึกอบรมนักศึกษาและบุคลากรด้านสุขภาพ และเป็นแกนหลักในการจัดบริการการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายในโรงพยาบาลต่างๆ


 

view : 1582
Written by :: วัชรพงษ์
Post at :: 2012-06-15 11:09:18 Post By .:: งานประชาสัมพันธ์
Last edit :: 2012-06-15 14:31:33 Edit By .:: งานประชาสัมพันธ์